มิเชล อาเยมัง ดาวรุ่งวัย 19 ปีของอาร์เซนอล เปิดเผยว่าบรรดารุ่นพี่ในทีมชาติอังกฤษช่วยดูแลและโอบอุ้มเธอราวกับครอบครัว หลังกลายเป็นหนึ่งในแข้งแจ้งเกิดของทัพ “ไลออเนสส์” ชุดป้องกันแชมป์ยูโร 2025 ได้สำเร็จที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อาเยมังเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์ยุโรปสมัยที่สองติดต่อกัน และยอมรับว่าการก้าวเข้ามาอยู่ในทีมที่ประสบความสำเร็จอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตาม บรรดารุ่นพี่ โดยเฉพาะ อเล็กซ์ กรีนวูด กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เธอปรับตัวได้อย่างราบรื่น
กรีนวูด วัย 31 ปี ซึ่งเคยเป็นนักเตะอายุน้อยสุดของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2015 และปัจจุบันติดทีมชาติไปแล้ว 105 นัด คือหนึ่งในคนแรกที่เข้ามาดูแลดาวรุ่งรายนี้ตั้งแต่วันแรกของแคมป์
“หลายคนเข้ามาดูแลฉัน เพราะฉันเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในทีม” อาเยมัง กล่าวกับ UFA777 เว็บคาสิโน บางครั้งมันก็ยากเหมือนกัน แต่ทุกคนเต็มใจช่วยเหลือฉันมากจริงๆ พวกเขารับฉันเข้าไปอยู่ใต้ปีก ฉันเพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน แต่ทุกคนอบอุ่น ใจดี และดูแลกันอย่างดีมาก”
ทุกคนมีคุณค่าเท่ากันในทีมนี้
การเป็นหนึ่งในทีมไลออเนสส์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่นักเตะในสนามเท่านั้น แต่รวมถึงทีมงานเบื้องหลังทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ทีมทำผลงานออกมาได้อย่างดีที่สุด ภายใต้การนำของ ซารีนา วีกมัน กุนซือใหญ่ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างมากในการสร้างวัฒนธรรมทีมที่ทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกัน
อาเยมัง ซึ่งคว้ารางวัล “ดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์” กล่าวว่า แนวคิดนี้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนตลอดเส้นทางแชมป์ ไม่ว่าใครจะมีบทบาทอะไร ทีมสตาฟฟ์เบื้องหลัง หรือคนที่อยู่หลังฉาก ทุกคนมีคุณค่าในทีมนี้ และคุณเห็นได้จากวิธีที่เราฉลองร่วมกัน”
“เราทำมันด้วยกันทั้งหมด และการได้เห็นทุกอย่างออกมาสำเร็จ มันแสดงให้เห็นว่าเราสามัคคีกันแค่ไหน ฉันรู้สึกขอบคุณมากที่ได้อยู่ท่ามกลางทีมที่ยอดเยี่ยมแบบนี้”

ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอะไรแบบนี้มาก่อน
อาเยมังกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลบนโลกออนไลน์ หลังสีหน้าที่ทั้งดีใจ เหนื่อย และกดดันของเธอถูกจับภาพได้หลายครั้งระหว่างทัวร์นาเมนต์ จนกลายเป็นมีมที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เจ้าตัวยอมรับว่านั่นคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ยากจะลืม โดยการลงเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ UFA777 ครั้งแรกของเธอจบลงด้วยน้ำตาแห่งความสุข
“จริง ๆ แล้วฉันไม่ใช่คนแสดงอารมณ์เก่งนัก บางทีสีหน้าก็เป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนจะได้เห็นจากฉัน โดยเฉพาะในช่วงเวลาชนะ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณ ฉันร้องไห้นิดหน่อย เพราะมันเหมือนฝัน เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่นัดแรกจนถึงรอบชิง มันมีช่วงที่ยากลำบาก แต่เราผ่านมันมาได้ และฉันก็ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งนั้น”
“ทันทีที่จุดโทษของโคลอี [เคลลี] เข้าไป ฉันแทบไม่อยากเชื่อสายตา เจสส์ คาร์เตอร์ เข้ามากอดฉัน แล้วฉันก็คิดว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?’ ทุกอย่างมันบ้าคลั่งมาก ภาพช่วงที่ ลีอาห์ วิลเลียมสัน ชูกถ้วยแชมป์ยูโรเป็นสมัยที่สองในรอบสามปี ทำให้แฟนบอลอังกฤษจำนวนมากกลั้นน้ำตาไม่อยู่ และสำหรับอาเยมัง เธอสรุปความรู้สึกสั้น ๆ ได้ชัดเจนที่สุดว่า ฉันไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของอะไรแบบนี้มาก่อนเลย